สามารถนำพระพุทธรูปออกนอกประเทศได้หรือไม่

สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเวลาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่ออยู่อาศัย หรืออะไรก็ตามแต่เป็นเวลานานการนำเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างพระพุทธรูปไปด้วย เพื่อมีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจคือเรื่องสำคัญ ซึ่งหลายคนก็มีข้อสงสัยว่าเราสามารถนำเอาพระพุทธรูปนี้ออกนอกประเทศได้หรือไม่ จริงๆ แล้วหากไม่ใช่เหตุผลไม่โปร่งใสเราสามารถนำออกนอกประเทศได้แต่ต้องมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

การส่งหรือนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักร

กรณีบุคคลทั่วไป

  1. กรอกแบบฟอร์มขออนุญาตหรือราชการจัดหาไว้ให้ (ศภ.๖)
  2. ทำหนังสือไปยังอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อแจ้งเหตุผลอย่างละเอียด
  3. กรณีนำติดตัวไปเองถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางผู้ขออนุญาต 1 ชุด หากส่งไปให้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการ
  4. แสดงเอกสารรับรองจากองค์กร โดยต้องมีผู้รับรองเป็นเจ้าอาวาสวัด, รองเจ้าอาวาสวัดฯ หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ไม่ก็ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รับรองได้ตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป กรณีนำเอกสารต่างๆ เป็นสำเนาให้ผู้รับรองลงนามสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

เรื่องภาพถ่ายของวัตถุ

ต้องเป็นภาพสีขนาด 3 x 5 นิ้ว 2 ภาพ ต่อจำนวนวัตถุ 1 รายการ เฉพาะด้านหน้าถ่ายให้ชัดเจน หากมีพลาสติกหรือสิ่งใดปิดบังต้องเอาออกให้หมด นำเอาวัตถุหรือสิ่งที่จะส่งออกทุกชิ้นไปแสดงต่อคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ตอนวันยื่นคำร้อง ศภ.๖ ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จะมีระยะเวลาในการออกใบอนุญาตใช้เวลา 2 วันทำการ ส่วนเวลาตรวจพิสูจน์ช่วงเช้า 10 โมงเช้า และช่วงบ่าย บ่าย 2 โมง

เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่จะทำการผูกตะกั่วประทับตราบริเวณโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทุกๆ ชิ้น ที่ได้ทำการตรวจพิสูจน์แล้วเห็นอนุญาตให้นำออกนอกประเทศได้ หลังจากนั้นภายใน 1-2 วันให้ผู้ขออนุญาตเดินทางไปรับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ณ สำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

ค่าธรรมเนียม

ศิลปวัตถุประเภทพระพุทธรูป สมัยรัตนโกสินทร์ ระหว่าง พ.ศ. 2490 – ปัจจุบัน

  • ยาวหรือสูงเกิน 100 ซม. ชิ้นละ 300 บาท
  • ยาวหรือสูงเกิน 50 ซม. แต่ไม่เกิน 100 ซม. ชิ้นละ 200 บาท
  • ยาวหรือสูงไม่เกิน 50 ซม. ชิ้นละ 100 บาท

ศิลปวัตถุ สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2490 – ปัจจุบัน

  • ยาวหรือสูงเกิน 100 ซม. ชิ้นละ 200 บาท
  • ยาวหรือสูงเกิน 50 ซม. แต่ไม่เกิน 100 ซม.ชิ้นละ 100 บาท
  • ยาวหรือสูงไม่เกิน 50 ซม. ชิ้นละ 50 บาท

เจ้าหน้าที่จะมีการออกบัตรสีชมพูหรือบัตรประจำวัตถุ เพื่อทำการขออนุญาตนำไปผูกกับปลายเชือกที่ประทับตราตะกั่วของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทุกๆ ชิ้น จากนั้นผู้ขออนุญาตลงชื่อรับรองว่าจะนำบัตรดังกล่าวไปทำให้ถูกต้องตรงกับเลขหมายตามรายการใบอนุญาต เท่านี้ก็สามารถนำพระพุทธรูปออกนอกประเทศได้