อนาคตพระพุทธรูปแห่งบามิยัน

พระพุทธรูปแห่งบามิยัน คือ พระพุทธรูปในลักษณะยืนที่มีอยู่จำนวน 2 องค์ที่ถูกสลักอยู่ตรงบริเวณหน้าผาสูงถึง 2,500 เมตร บริเวณหุบเขาผาบามิยัน จังหวัดบามิยัน ช่วงตอนกลางของประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทะเลทรายซาฮารา อยู่ห่างจากกรุงคาบูลซึ่งเป็นเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 230 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อกันว่าถูกสถาปนาขึ้นตั้งช่วงยุคศตวรรษที่ 10 ตามแนวทางศิลปะของชนชาติกรีกโบราณ อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปดังกล่าวนี้ได้ถูกทำลายลงด้วยระเบิดไดนาไมต์เมื่อตอนเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นคำสั่งของนายมุลลอฮ์ มูฮัมมัด อูมัร ที่เป็นผู้นำแห่งรัฐบาลตาลีบัน โดยเขาได้มีการให้เหตุผลว่ากฎหมายของอิสลามไม่ให้ทำการบูชารูปเคารพ ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกนานาประเทศต่างรุมประณามกันเป็นอย่างมากกับการกระทำที่ดูรุนแรงและป่าเถื่อนเยี่ยงนี้ โดยหลายๆ ประเทศต่างก็มองว่าจริงๆ แล้วพระพุทธรูปไม่ใช่สมบัติของประเทศใดประเทศหนึ่งแต่ถูกให้เป็นมรดกโลกที่ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติ เป็นความภาคภูมิใจที่คนทั้งโลกสามารถพูดถึงได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นและสวิตเซอร์แลนด์ต่างก็ร่วมใจในการสนับสนุนให้มีการทำนุบำรุงพระพุทธรูปแห่งนี้กลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 


หุบเขาบามิยันตั้งอยู่ในบริเวณเส้นทางสายไหมของจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป เป็นสถานที่ที่มีการค้นพบศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนากับฮินดูอยู่เป็นจำนวนมากนับได้กว่าพันแห่งเลยทีเดียว จัดได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของโลกก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวช่วงศตวรรษที่ 13 มีอารามมากกว่า 10 แห่ง มีพระสงฆ์ที่เคยจำวัดอยู่ที่นี่กว่าหลายพันรูปที่อยู่ในสังกัดนิกายมหายาน อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องของสงครามรวมถึงการทำลายล้างอยู่ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,600 ปี แม้ว่าจะมีชาวมุสลิมพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งคอยพยายามปกป้องดินแดนแห่งนี้อยู่ก็ตามทีแต่ด้วยความที่การครอบครองพื้นที่ของคนศาสนาอิสลามเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความคิดของผู้นำที่ต้องการทำลายล้างมันเลยก่อให้เกิดสิ่งที่เลวร้ายขึ้น
อย่างไรก็ตามทางองค์การยูเนสโกก็ได้ทำการเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อช่วยเหลือในการอนุรักษ์พื้นที่บริเวณดังกล่าว ทำการปะติดชิ้นส่วนของพระพุทธรูปองค์เล็กที่ถูกทำลายลงในลักษณะที่ว่าทำเท่าที่ทำได้ให้ประดิษฐานอยู่ในโพรงหินทรายจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไม่มีชิ้นส่วนที่จะสามารถมาติดกันได้ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าองค์การยูเนสโกต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการทำนุบำรุงพื้นที่แห่งนี้ให้กลับมาสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้