Category: พระพุทธรูปกับคนไทย

ประวัติพระเครื่อง ‘พระสมเด็จวัดระฆัง’ พระดังเมืองพุทธ

ในประเทศไทย มีหลักฐานปรากฏว่ามีการสร้างพระเครื่องมาอย่างมากมาย หลายองค์ และมีมานานมากแล้ว เพราะพุทธศาสนิกชนได้สร้างสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง จากพลังแห่งศรัทธาอันยิ่งใหญ่ และในบรรดาพระเครื่องจำนวนมาก พุทธศาสนิกชนต่างยกย่องให้ พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ที่สร้างขึ้นโดย พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี ) เป็นสุดยอดแห่งพระเครื่อง ที่ไม่ว่าใครๆ ต่างก็อยากได้มาครอบครอง ประวัติการสร้างพระเครื่อง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี ) ช่วงเวลาแห่งการสร้าง ‘พระสมเด็จ ‘แบ่งออกเป็น 3 ยุค ใหญ่ ได้แก่… • ยุคต้น สมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งแต่ พ.ศ. 2368 –2390 • ยุคกลาง สมัยรัชกาลที่ 4 ตั้งแต่ พ.ศ. 2399 –2411 • ยุคปลาย สมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2412 –2414 ในส่วนของแม่พิมพ์พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม […]

Read More

ประวัติพระเครื่อง พระสมเด็จวัดเกศไชโย

พระสมเด็จวัดเกศไชโย เป็นพระเครื่องอีกหนึ่งรุ่น ที่ได้รับความนิยมจากบรรดาผู้สะสม และเป็นพระที่อยู่ในตระกูล ‘พระสมเด็จ’ ‘พระสมเด็จวัดเกศไชโย’ พระเครื่องที่ทรงคุณค่า พระสมเด็จวัดเกศไชโย มีลักษณะเป็นพระเนื้อปูนขาว โดยองค์พระจะต้องมีสีขาวมากกว่าสีอื่นๆ เมื่อพลิกดูบริเวณด้านหลังของพื้นฐาน จะปรากฏร่องรอยเป็นรอยกาบหมาก เห็นเป็นริ้วเส้นได้อย่างเด่นชัด หากแต่บางองค์ก็ไม่มี โดยพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสะสม มี 3 พิมพ์ ได้แก่… • พิมพ์ 7 ชั้นนิยม • พิมพ์ 6 ชั้นอกตัน • พิมพ์ 6 ชั้น อกตลอด โดย พระสมเด็จวัดเกศไชโย ทั้ง 3 พิมพ์นี้ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ด้วยวิธีออกแบบตัดขอบข้างทุกด้าน โดยมีความมนแทบทุกองค์ นอกจากนี้ยังรวมถึงทุกมุมด้วย ซึ่งมีกรอบกระจกล้อมรอบขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ทางด้านพุทธลักษณะเมื่อมองโดยรวมแล้ว จะมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันตรงบริเวณฐานอาสนะเท่านั้น เพราะมี 7 ชั้น และ 6 ชั้นเท่านั้น นอกจากนี้องค์พระประธานประทับนั่ง นั่งสถิตอยู่ภายในซุ้มครอบแก้วด้วยความน่าเกรงขาม เส้นซุ้มครอบแก้วจะต้องมีความคมชัด […]

Read More

ปุษยคีรีหมายถึงอะไร

“ปุษยคีรี” เป็นจารึกที่มีอายุมากกว่าหลายร้อยปี คาดว่าอยู่ในช่วงประมาณ พ.ศ. 1300 เราเคยมีแนวคิดที่ว่า ปุษยคีรีอาจเป็นชื่อเมืองในสมัยของอู่ทอง ซึ่งคล้ายกับเมืองที่เป็นที่รู้จักกันดีใน “ปุษกราวดี” เมื่อดูจากความหมายที่มันสื่อออกมาแล้วเราสามารถอธิบายได้ดังนี้ ในส่วนของคำว่า “ศิริ” มีความหมายว่า “ภูเขา” ส่วนคำว่า “ปุษย” เป็นภาษาสันกฤตมันมีความหมายว่า “ดอกไม้” เมื่อเรานำคำทั้งสองมารวมกันก็จะมีความหมายว่า “ภูเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้” ดังนั้นมันอาจแปลได้ว่ามันหมายถึง “เขาปุษยะ” ตามตำนานของศาสนาพราหมณ์มันคือสวนของพระวรุณ นอกจากนี้ทางชมพูทวีปยังมีภูเขาสองแห่งที่เรียกว่า “เขาปุษยคิริ” เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเมืองนาคารชุนโกณฑ์ และอีกแห่งอยู่ที่รัฐโอริสสา แต่เนื่องจากศิลาจารึกนี่พบอยู่ในบริเวณของเมืองอู่ทอง ทำให้เราคิดได้ว่าภูเขาที่กล่าวถึงคงจะเป็น “แนวเขาทำเทียม” เพราะที่นี่ยังพบโบราณสถานอีกมากมายในสมัยทวารวดี แถมยังมีการขุดพบหลักฐานสำคัญอีกจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้แนวเขาทำเทียมกลายเป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองอู่ทองนั่นก็เพราะคนในสมัยก่อนมีความเชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณเป็นอย่างมาก จนคิดว่าสิ่งเหล่านี้มักจะอยู่บนภูเขาสูงซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้คนในสมัยนั้น ความเกี่ยวโยงกับพระเจ้าอโศก มีความเป็นไปได้ที่พระเจ้าอโศกมหาราช (พ.ศ. 240 – พ.ศ. 312) จะเผยแพร่ศาสนามาถึงประเทศไทย พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตของอินเดีย เป็นผู้ที่ขยายอำนาจการปกครองแพร่ขยายไปทั่วทั้งดินแดนตะวันตก โดยเฉพาะประเทศอัฟกานิสถาน ไปจนถึงทางตะวันออกอย่างบังกลาเทศ จึงอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้เมื่อดูจากการแพร่ขยายอำนาจอย่างรวดเร็วของพระองค์ที่อาจเดินทางมาถึงดินแดนสยาม อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานมายืนยันในเรื่องดังกล่าวนี้โดยเฉพาะหลักฐานที่มีอายุอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน แถมในอดีตตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ก็ยังไม่เคยมีการกล่าวถึงการมาเยือนดินแดนสุวรรณภูมิของพระเจ้าอโศก มันคงจะเป็นไปได้ยากเมื่อเราดูจากความสัมพันธ์ของเวลาเมื่อครั้งที่หลวงจีนเสวียนจั้ง (พระถังซัมจั๋ง) ได้เริ่มเขียนบันทึกการเดินทางสู่แดนตะวันตกโดยหนึ่งในสถานที่หมายปลายทางคือการเดินทางไปเยือนภูเขาปุษปคีรีในรัฐโอริสสา โดยช่วงเวลาที่หลวงจีนเสวียนจั้งมีชีวิตอยู่นั้นคือยุคหลังพระเจ้าอโศกเกือบ 900 ปี […]

Read More