Category: พระพุทธรูปกับคนไทย

ความเป็นมาพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ถูกสร้างขึ้นเนื่องในวันวโรกาสทรงครองสิราชสมบัติ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 9 โดยมีความสูง 109 ในรูปแบบของ “ปางมารวิชัย” ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย ในสมัยก่อนนี้เขาชีจรรย์เกือบจะไม่เหลือให้เราเห็นแบบทุกวันนี้แล้ว เนื่องจากเป็นบริเวณที่ถูกระเบิดเอาหินไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเห็นว่ามันควรที่จะเก็บอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังจึงได้สั่งให้ละเว้นการระเบิดไปในที่สุด จุดเริ่มต้นโครงการก่อสร้างพระพุทธรูปแกะสลัก เนื่องจากเป็นงานที่ใหญ่และท้าทายด้านวิศวกรรมในยุคสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ทำให้มีการระดมทีมวิศวกรจากไทย – จีน ร่วมการวางแผนในการสร้างร่วมกัน โดยในฝ่ายของไทยนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านทางธรณีวิทยาของไทย หลังจากที่หลายฝ่ายได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วก็คิดว่าโครงการนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามทางฝ่ายเราก็ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อด้วยการมอบหมายงานก่อสร้างให้แก่บริษัทเอกชนคือ “บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล บลาสเตอร์” ด้วยทุนในการสร้าง 43 ล้านบาท หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วพระพุทธรูปใช้วิธีแกะสลักด้วยเลเซอร์ แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นการใช้วิธีระเบิดผสมกับเครื่องตัดคอนกรีต ส่วนเลเซอร์นั้นใช้สำหรับการนำร่องเพื่อเป็นแนวในการตัดนั่นเอง โดยแนวเส้นจะมีขนาดประมาณ 1 เมตร มีความลึกประมาณ 0.5 เมตร หลังจากที่ทีมก่อสร้างได้ทำการระบิดบางส่วนกลับพอว่าลายเส้นมองเห็นได้ไม่ชัดเจน จึงกลับไปวางแผนกันใหม่อีกครั้ง โดยรอบนี้เปลี่ยนขนาดกว้างเป็น 0.5 เมตร ความลึกประมาณ 0.10 เมตร โดยเมื่อแกะสลักร่องจนเสร็จสมบูรณ์จะเริ่มพ่นซีเมนต์ให้ได้พื้นผิวนูนขึ้นมาเล็กน้อย งานเข้าทีมออกแบบหน้าพระ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ก่อนกลับประองค์ได้สั่งให้เฮริค๊อปเตอร์บินวนเพื่อตรวจสอบความคืบหน้า ทันใดนั้นก็มีคนแจ้งลงมายังเจ้าหน้าที่ด่านล่างว่า “หน้าพระไม่สวย” […]

Read More

การเลือกพระประจำบ้านให้เข้ากับบ้าน

สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธพระพุทธรูปถือเป็นตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทุกบ้านต้องมีไว้เพื่อให้คนในบ้านนั้นอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่จะทำให้คนในบ้านเกิดความศรัทธา ภายในบ้านก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ซึ่งการเลือกพระประจำบ้านก็มีพระพุทธรูปชื่อดังอยู่ด้วยกันหลายองค์อยู่ที่ว่าใครเลือกศรัทธาหรือต้องการพระพุทธรูปองค์ไหนมาไว้ในบ้าน ซึ่งพระพุทธรูปส่วนใหญ่ที่มักจะมีอยู่ในบ้านของทุกๆ คนจะประกอบไปด้วยองค์ใดองค์หนึ่งหรือทั้งหมด พระพุทธรูปประจำบ้านที่คนนับถือพุทธพึงมี พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต – ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยมาอย่างช้านาน ปัจจุบันองค์จริงประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระที่คนไทยมักนำองค์จำลองมาเป็นพระประจำบ้านกันมากมาย พระพุทธชินราช – ถือเป็นพระพุทธรูปที่มีผู้คนเคารพเลื่อมใสและนับถือเป็นจำนวนมาก เป็นพระที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พิษณุโลก ถือเป็นองค์พระพุทธรูปที่คนไทยอัญเชิญมากราบไหว้บูชาภายในบ้านกันเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อโสธร – หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีอิริยาบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายซ้อนอยู่ด้านบนพระเพลา องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรวราราม ฉะเชิงเทรา พระประจำวันเกิด – สำหรับพระประจำวันเกิดของแต่ละคนที่บูชาในบ้านก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าใครเกิดวันใดโดยปางประจำวันเกิดของแต่ละวันประกอบไปด้วย วันอาทิตย์ ปางถวายเนตร, วันจันทร์ ปางห้ามญาติหรือปางห้ามสมุทร, วันอังคาร ปางไสยาสน์ หรือ ปางปรินิพพาน หรือ ปางโปรดอสุรินทราหู, วันพุธกลางวัน ปางอุ้มบาตร, วันพุทธกลางคืน ปางป่าเลไลยก์, วันพฤหัสบดีที่ ปางสมาธิหรือปางตรัสรู้, วันศุกร์ ปางรำพึง และวันเสาร์ […]

Read More

ความเก่าแก่ของพระพุทธสิหิงค์

ประเทศไทยจัดได้ว่าเป็นประเทศแห่งพระพุทธศาสนา ด้วยความที่ศาสนาพุทธคือศาสนาประจำชาติจึงทำให้บ้านเราค่อนข้างที่จะมากไปด้วยพระพุทธรูปที่แสดงถึงการเคารพต่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้คนไทยยังเชื่อว่าพระพุทธรูปคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเอาไว้คอยยึดเหนี่ยวจิตใจในยามที่รู้สึกว่าท้อแท้ หมดกำลังใจ ต้องการความหวัง หรือเอาไว้เพื่อเป็นการขอพรให้มีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆ ด้วย จึงไม่แปลกที่พระพุทธรูปในบ้านเราหลายๆ องค์จะค่อนข้างได้รับการนับถือเป็นอย่างมาก   พระพุทธสิหิงค์ ก็ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่คนไทยค่อนข้างจะเคารพสักการบูชาเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นพระพุทธรูปโบราณถูกหล่อด้วยสำริดหุ้มทอง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดสูง 79 เซนติเมตร หน้าตักมีขนาดกว้าง 63 เซนติเมตร เป็นศิลปะการสร้างแบบลังกา จากประวัติได้มีการกล่าวเอาไว้ว่า พระเจ้าสีหฬะ ที่เป็นพระมหากษัตริย์แห่งลังกาทวีปได้เป็นผู้ที่ให้ทรงสร้างขึ้นมา เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 หลังจากนั้นพระเจ้าศรีธรรมโศกราชเจ้าแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ได้ทรงไปขอมาเพื่อทำการถวายพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยาได้กรุงสุโขทัยเป็นเมื่องขึ้นจึงได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ให้มาประดิษฐานยังกรุงศรีอยุธยา ต่อมาก็ได้มีการนำเอาไปไว้ที่เมืองกำแพงเพชรต่อด้วยเมืองเชียงราย ครั้นเมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา ที่เป็นเจ้าแห่งนครเชียงใหม่ได้ยกทัพไปสู้กับเมืองเชียงรายจนได้รับชัยชนะเป็นผลสำเร็จ พระองค์จึงได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาทำการประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่พร้อมๆ กับพระแก้วมรกต   ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงทำการตีเมืองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2205 ก็ได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาทำการประดิษฐานไว้ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นเวลานานกว่า 105 ปีเลยทีเดียว ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาได้ทำการเสียกรุงให้กับทัพพม่าเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 ชาวเชียงใหม่เองจึงได้ทำการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ให้กลับไปประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่ดังเดิม ต่อมาเมื่อประเทศไทยได้รวมกันเป็นปึกแผ่นมากขึ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ก็ได้ทรงให้อัญเชิญมายังกรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ. 2338 […]

Read More