Category: พุทธรูปในต่างประเทศ

ศาสนาพุทธในประเทศญี่ปุ่น มีความเป็นมาอย่างไร

การเผยแพร่ของศาสนาพุทธ ได้เดินทางเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ผ่านทางประเทศเกาหลี ในยุคอาซึกะตรงกับยุคสมัยของจักรพรรดิองค์ที่ 29 โดยพระเจ้าซอง ผู้ปกครองแห่งอาณาจักรแพคเจ ได้ส่งราชทูตเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยพระพุทธรูป ซึ่งทรงขอให้จักรพรรดิคินเม รับพระพุทธศาสนา ทางด้านจักรพรรดิคินเม ก็รับด้วยความพอพระทัย ศาสนาพุทธ จุดเริ่มจากประเทศอินเดีย แต่ก่อนจะมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการนี้ แรกเริ่มเดิมทีชาวญี่ปุ่นก็มีการนับถือศาสนาพุทธอยู่แล้ว ซึ่งพวกเขารับมาจากประเทศจีนอีกที ในช่วงก่อนต้นพุทธศตวรรษที่ 10 แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในคราวนี้ ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาของพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นที่ปรากฏเป็นฐานที่ชัดเจนเท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมาพระพุทธศาสนา ก็ได้เข้ามาเป็นความศรัทธาของชาวญี่ปุ่น มาเป็นเวลานานร่วมพันกว่าปี ทำให้เกิดพัฒนาการทางด้านความเชื่อขึ้นมา ชาวญี่ปุ่นได้นำหลักคำสอนของพุทธศาสนาบางข้อ เข้ามารวมกับปรัชญาหลักคำสอนของศาสนาชินโตได้อย่างกลมกลืน ซึ่งความเป็นเชื่อพื้นบ้านที่มีมานานแล้ว เช่น ความเชื่อในเรื่องพระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นใหญ่แห่งชั้นฟ้า รวมทั้งเหล่าทวยเทพในศาสนาพุทธ ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นตำนานเรื่องราวของเทพเจ้าที่ได้รับการเคารพเป็นอย่างสูงในศาสนาชินโต และเมื่อความเชื่อเหล่านี้แข็งแกร่งมากขึ้น ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ นิกายของศาสนาพุทธ ในประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบันนี้ ศาสนาพุทธในประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็นหลายนิกาย แต่มีเพียงไม่กี่นิกายเท่านั้น ที่ได้รับความนิยมของผู้คนหมู่มาก ได้แก่… นิกายเทนได มีพระไซโจ เป็นผู้ก่อตั้ง โดยมีหลักคำสอน จากการยึดมั่นในหลักธรรมชั้นสูง เคารพบูชาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน รวมทั้งพระโพธิสัตว์ นิกายชินงอน พระกุไก เป็นผู้ก่อตั้ง โดยมีช่วงเวลาในการก่อตั้ง ใกล้เคียงกับนิกายเทนได […]

Read More

สามารถนำพระพุทธรูปออกนอกประเทศได้หรือไม่

สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเวลาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่ออยู่อาศัย หรืออะไรก็ตามแต่เป็นเวลานานการนำเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างพระพุทธรูปไปด้วย เพื่อมีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจคือเรื่องสำคัญ ซึ่งหลายคนก็มีข้อสงสัยว่าเราสามารถนำเอาพระพุทธรูปนี้ออกนอกประเทศได้หรือไม่ จริงๆ แล้วหากไม่ใช่เหตุผลไม่โปร่งใสเราสามารถนำออกนอกประเทศได้แต่ต้องมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ การส่งหรือนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักร กรณีบุคคลทั่วไป กรอกแบบฟอร์มขออนุญาตหรือราชการจัดหาไว้ให้ (ศภ.๖) ทำหนังสือไปยังอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อแจ้งเหตุผลอย่างละเอียด กรณีนำติดตัวไปเองถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางผู้ขออนุญาต 1 ชุด หากส่งไปให้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการ แสดงเอกสารรับรองจากองค์กร โดยต้องมีผู้รับรองเป็นเจ้าอาวาสวัด, รองเจ้าอาวาสวัดฯ หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ไม่ก็ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รับรองได้ตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป กรณีนำเอกสารต่างๆ เป็นสำเนาให้ผู้รับรองลงนามสำเนาถูกต้องทุกฉบับ เรื่องภาพถ่ายของวัตถุ ต้องเป็นภาพสีขนาด 3 x 5 นิ้ว 2 ภาพ ต่อจำนวนวัตถุ 1 รายการ เฉพาะด้านหน้าถ่ายให้ชัดเจน หากมีพลาสติกหรือสิ่งใดปิดบังต้องเอาออกให้หมด นำเอาวัตถุหรือสิ่งที่จะส่งออกทุกชิ้นไปแสดงต่อคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ตอนวันยื่นคำร้อง ศภ.๖ ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จะมีระยะเวลาในการออกใบอนุญาตใช้เวลา 2 วันทำการ ส่วนเวลาตรวจพิสูจน์ช่วงเช้า 10 โมงเช้า และช่วงบ่าย บ่าย 2 โมง เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่จะทำการผูกตะกั่วประทับตราบริเวณโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทุกๆ ชิ้น […]

Read More

ตะลึงขุดพบพระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถานอายุเกือบ 2 พันปี

ต้องบอกว่าสร้างความตกตะลึงและความฮือฮาให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมากนั่นคือ พระพุทธรูปที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน หลังได้มีคนขุดพบเจอพระพุทธรูปดังกล่าวนี้ถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน ในส่วนของนักโบราณคดีเองก็คาดว่าน่าจะเป็นการซ่อนเอาไว้เพื่อป้องกันเหล่าบรรดาหัวขโมยตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 3-5 ยิ่งกว่านั้นก็คือยังรอดจากปัญหาภัยสู้รบในพื้นที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายมากแห่งหนึ่งของโลก ช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา สื่อจากต่างประเทศได้มีการรายงานข่าวน่าสนใจมาก เนื่องจากมีการขุดพบพระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถานที่น่าจะผ่านเวลามาอย่างยาวนาน มีคนได้นำพระพุทธรูปดังกล่าวนี้มาฝังเอาไว้เพื่อหลบซ่อนจากบรรดาหัวขโมย นั้นยังคงรอดปลอดภัยต่อพื้นที่การสู้รบสงครามที่เป็นดินแดนอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างอัฟกานิสถาน หลังการขุดค้นพบเจอก็ได้มีการนำมาบูรณะและประดิษฐานเอาไว้ยังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ อัฟกานิสถาน กรุงคาบูล ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปชมพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกันได้เลย เหล่าบรรดานักโบราณคดี คาดกันว่าถูกฝังซ่อนเอาไว้ใต้ดินตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 3-5 มีอายุเก่าแก่น่าดูเลยทีเดียว มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวได้ถูกฝังซ่อนเอาไว้ที่บริเวณชั้นดินเมืองเมส อัยนัค เป็นเมืองที่อยู่ห่างจากกรุงคาบูล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอัฟกานิสถานออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กม. ถูกค้นพบขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ระหว่างบริษัทชาวจีนบริษัทหนึ่งกำลังเข้ามาทำเหมืองแร่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ขุดพบนี้คือบริเวณกลุ่มวิหารโบราณบนขนาดพื้นที่กว้างกว่า 4 ตร.กม. เขตจังหวัดโลการ์  แถมในปัจจุบันยังคงเป็นพื้นที่ฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบันอีกต่างหาก ถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีสภาพสมบูรณ์มากสุดองค์หนึ่ง ยังอยู่ครบเกือบทั้งองค์ไม่ว่าจะเป็นพระเศียรรวมถึงส่วนต่างๆ เป็นการค้นพบได้ยากมากๆ พระพุทธรูปดังกล่าวนี้อยู่ตรงช่องโพรงในดิน โดยรอบมีการวาดเพื่อประดับตกแต่งเป็นลายดอกไม้ เป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการประกอบพิธีสวดมนต์อีกด้วย นับเป็นสิ่งที่ต้องจารึกเอาไว้จริงๆ สำหรับประวัติศาสตร์เรื่องนี้

Read More