Category: พุทธรูปในต่างประเทศ

ตะลึงขุดพบพระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถานอายุเกือบ 2 พันปี

ต้องบอกว่าสร้างความตกตะลึงและความฮือฮาให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมากนั่นคือ พระพุทธรูปที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน หลังได้มีคนขุดพบเจอพระพุทธรูปดังกล่าวนี้ถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน ในส่วนของนักโบราณคดีเองก็คาดว่าน่าจะเป็นการซ่อนเอาไว้เพื่อป้องกันเหล่าบรรดาหัวขโมยตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 3-5 ยิ่งกว่านั้นก็คือยังรอดจากปัญหาภัยสู้รบในพื้นที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายมากแห่งหนึ่งของโลก ช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา สื่อจากต่างประเทศได้มีการรายงานข่าวน่าสนใจมาก เนื่องจากมีการขุดพบพระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถานที่น่าจะผ่านเวลามาอย่างยาวนาน มีคนได้นำพระพุทธรูปดังกล่าวนี้มาฝังเอาไว้เพื่อหลบซ่อนจากบรรดาหัวขโมย นั้นยังคงรอดปลอดภัยต่อพื้นที่การสู้รบสงครามที่เป็นดินแดนอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างอัฟกานิสถาน หลังการขุดค้นพบเจอก็ได้มีการนำมาบูรณะและประดิษฐานเอาไว้ยังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ อัฟกานิสถาน กรุงคาบูล ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปชมพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกันได้เลย เหล่าบรรดานักโบราณคดี คาดกันว่าถูกฝังซ่อนเอาไว้ใต้ดินตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 3-5 มีอายุเก่าแก่น่าดูเลยทีเดียว มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวได้ถูกฝังซ่อนเอาไว้ที่บริเวณชั้นดินเมืองเมส อัยนัค เป็นเมืองที่อยู่ห่างจากกรุงคาบูล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอัฟกานิสถานออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กม. ถูกค้นพบขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ระหว่างบริษัทชาวจีนบริษัทหนึ่งกำลังเข้ามาทำเหมืองแร่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ขุดพบนี้คือบริเวณกลุ่มวิหารโบราณบนขนาดพื้นที่กว้างกว่า 4 ตร.กม. เขตจังหวัดโลการ์  แถมในปัจจุบันยังคงเป็นพื้นที่ฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบันอีกต่างหาก ถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีสภาพสมบูรณ์มากสุดองค์หนึ่ง ยังอยู่ครบเกือบทั้งองค์ไม่ว่าจะเป็นพระเศียรรวมถึงส่วนต่างๆ เป็นการค้นพบได้ยากมากๆ พระพุทธรูปดังกล่าวนี้อยู่ตรงช่องโพรงในดิน โดยรอบมีการวาดเพื่อประดับตกแต่งเป็นลายดอกไม้ เป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการประกอบพิธีสวดมนต์อีกด้วย นับเป็นสิ่งที่ต้องจารึกเอาไว้จริงๆ สำหรับประวัติศาสตร์เรื่องนี้

Read More

ต้าจู๋พระพุทธรูปหินแกะสลักหนึ่งในมรดกโลก

ส่วนใหญ่แล้วสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งมักจะแฝงไปด้วยเรื่องของศิลปวัฒนธรรมที่สอดแทรกเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อ การนับถืออยู่หลายแห่ง คล้ายกับว่าเป็นสถานที่ที่นอกจากต้องการจะให้มาท่องเที่ยวแล้วยังต้องการให้มาเรียนรู้ในเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีของพื้นที่บริเวณดังกล่าวด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียที่เรามักจะเห็นเรื่องของพระพุทธรูปคือหัวใจหลักในการท่องเที่ยวของหลายสถานที่อยู่เสมอ เช่นเดียวกับที่พระพุทธรูปต้าจู๋ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม พระพุทธรูปต้าจู๋ จัดว่าเป็นหนึ่งในองค์พระพุทธรูปของผาหินแกะสลักต้าจู๋ เป็นจุดเด่นของเมืองต้าจู๋ที่ถูกแสดงออกถึงงานฝีมือที่งดงามในการแกะสลักถ้ำ ผาหิน จริงๆ แล้วกลุ่มผาหินแกะสลักต้าจู๋ที่ว่านี้มีมากกว่า 70 จุด มีชิ้นงานรวมๆ กันมากกว่าหนึ่งแสนชิ้น โดยในบริเวณดังกล่าวจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกว่า “เป่าติ่งซาน” และ “เป่ยซานม๋อหยา” จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 2 จุดที่มักได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นถึงเรื่องราวพระพุทธศาสนาแบบขงจื๊อ เล่าจื๋อ ลัทธิเต๋า นับว่าเป็นต้นแบบของถ้ำหินแกะสลักแห่งเมืองจีนในยุคศิลปะตอนปลายเลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นงานฝีมือชั้นยอดที่ใครเห็นต่างก็ต้องคารวะในความสวยงาม นอกจากนี้เมื่อปี พ.ศ. 2542 สถานที่แห่งนี้ยังได้รับการจัดอันดับเป็นมรดกโลกอีกด้วย ความสุดยอดของสถานที่แห่งนี้อีกอย่างก็คือสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สามารถชมความสวยงามได้ตลอดทั้งปีเรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครหลายคนต่างก็วาดฝันว่าอยากจะมีโอกาสได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตเหมือนกัน   ส่วนเรื่องราวของหินแกะสลักต้าจู๋ คือรูปแกะสลักที่มีความยิ่งใหญ่พอๆ กับตัวถ้ำมัวเกาแห่งตุนหวงเริ่มมีการสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ถัง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคหลายสมัยจนมาถึงช่วงราชวงศ์ถังตอนปลาย รวมแล้ว 5 รัชสมัย มาจนถึง ซ่งเหนือและซ่งใต้ นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลของศาสนาบวกกับลัทธิใหญ่ 3 ลัทธิ ก็คือ พุทธ เต๋า หรู๋ (ขงจื๊อเล่าจื๊อ) นอกจากนี้ในเรื่องของความเป็นอยู่ด้านผู้คนในยุคต่างๆ ก็ผ่านเวลามากว่า […]

Read More

อนาคตพระพุทธรูปแห่งบามิยัน

พระพุทธรูปแห่งบามิยัน คือ พระพุทธรูปในลักษณะยืนที่มีอยู่จำนวน 2 องค์ที่ถูกสลักอยู่ตรงบริเวณหน้าผาสูงถึง 2,500 เมตร บริเวณหุบเขาผาบามิยัน จังหวัดบามิยัน ช่วงตอนกลางของประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทะเลทรายซาฮารา อยู่ห่างจากกรุงคาบูลซึ่งเป็นเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 230 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อกันว่าถูกสถาปนาขึ้นตั้งช่วงยุคศตวรรษที่ 10 ตามแนวทางศิลปะของชนชาติกรีกโบราณ อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปดังกล่าวนี้ได้ถูกทำลายลงด้วยระเบิดไดนาไมต์เมื่อตอนเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นคำสั่งของนายมุลลอฮ์ มูฮัมมัด อูมัร ที่เป็นผู้นำแห่งรัฐบาลตาลีบัน โดยเขาได้มีการให้เหตุผลว่ากฎหมายของอิสลามไม่ให้ทำการบูชารูปเคารพ ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกนานาประเทศต่างรุมประณามกันเป็นอย่างมากกับการกระทำที่ดูรุนแรงและป่าเถื่อนเยี่ยงนี้ โดยหลายๆ ประเทศต่างก็มองว่าจริงๆ แล้วพระพุทธรูปไม่ใช่สมบัติของประเทศใดประเทศหนึ่งแต่ถูกให้เป็นมรดกโลกที่ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติ เป็นความภาคภูมิใจที่คนทั้งโลกสามารถพูดถึงได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นและสวิตเซอร์แลนด์ต่างก็ร่วมใจในการสนับสนุนให้มีการทำนุบำรุงพระพุทธรูปแห่งนี้กลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง   หุบเขาบามิยันตั้งอยู่ในบริเวณเส้นทางสายไหมของจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป เป็นสถานที่ที่มีการค้นพบศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนากับฮินดูอยู่เป็นจำนวนมากนับได้กว่าพันแห่งเลยทีเดียว จัดได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของโลกก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวช่วงศตวรรษที่ 13 มีอารามมากกว่า 10 แห่ง มีพระสงฆ์ที่เคยจำวัดอยู่ที่นี่กว่าหลายพันรูปที่อยู่ในสังกัดนิกายมหายาน อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องของสงครามรวมถึงการทำลายล้างอยู่ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,600 ปี แม้ว่าจะมีชาวมุสลิมพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งคอยพยายามปกป้องดินแดนแห่งนี้อยู่ก็ตามทีแต่ด้วยความที่การครอบครองพื้นที่ของคนศาสนาอิสลามเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความคิดของผู้นำที่ต้องการทำลายล้างมันเลยก่อให้เกิดสิ่งที่เลวร้ายขึ้น อย่างไรก็ตามทางองค์การยูเนสโกก็ได้ทำการเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อช่วยเหลือในการอนุรักษ์พื้นที่บริเวณดังกล่าว ทำการปะติดชิ้นส่วนของพระพุทธรูปองค์เล็กที่ถูกทำลายลงในลักษณะที่ว่าทำเท่าที่ทำได้ให้ประดิษฐานอยู่ในโพรงหินทรายจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไม่มีชิ้นส่วนที่จะสามารถมาติดกันได้ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าองค์การยูเนสโกต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการทำนุบำรุงพื้นที่แห่งนี้ให้กลับมาสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Read More